What’s in my bag? มีอะไรอยู่ในกระเป๋าเป้ผม

IMG_5472

ในโพสตนี้นะครับ ผมจะขอตอบคำถามที่ผมโดนถามบ่อยๆที่สุด โดนทุกวัน เช่น ผมถ่ายรูปด้วยกล้องอะไร เวลาเดินทางเอาอะไรไปบ้าง มีอะไรในกระเป๋า โพสตนี้จะขออธิบายอย่างระเอียดถึงอุปกรณ์ สิ่งของที่ผมใช้ในการเดินทางนะครับ โดยผมจะของแบ่งอุปกรณ์ เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายรูป และ อุปกรณ์การเดินทางทั่วไปนะครับ

สำหรับพวกกล้อง อุปกรณ์ในการถ่ายรูปของผมนะครับ กฎเหล็กของผมคือ เอาไปให้น้อยที่สุด เอาไปเท่าที่จำเป็น ผมมีอุปกรณ์ถ่ายภาพเยอะมากๆ ซื้อเก็บมาเรื่อยๆทุกๆปี ปีละชิ้นสองชิ้น แต่ถ้าจะแบกที่อย่างไปเดินทาง ผมเกร็งว่าหลังอาจจะหักได้ ผมเลยขอแนะนำก่อนเลยว่า ถามตัวเองก่อนว่า เราจะถ่ายรูปอะไร แบบไหน สไตล์ไหน ปกติแล้วในการเดินทางผจญภัย Backpacking เขาจะเรียกสไตล์การถ่ายรูปแบบนี้ว่า Travel Photography ซึ่ง มันก็คือการเอาสไตล์การถ่ายรูปหลายๆแบบมากรวมๆกัน สำหรับรูปที่ผมชอบถ่าย สามารถแบ่งได้เป็น 3 พวกใหญ่ๆ

  1. Landscape/Cityscape Photography: อันนี้ก็จะเป็นพวกรูปวิว ภูเขา เมือง ถนน

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ – ขาตั้งกล้อง, กล้อง, ฟิลเตอร์ต่าง และ อีกมากมาย

  1. Self-portrait Photography: รูปที่ผมยืนท้าวสะเอว หันหลังให้กล้อง อันนี้จริงๆแล้วในต่างประเทศเรียกงานพวกนี้ว่า Self-portrait คือช่างภาพถ่ายรูปตัวเอง ซึ่งมันก็มีความยากและเทคนิคที่ต่างกับการถ่ายรูปแบบอื่นๆ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ – ขาตั้งกล้อง, กล้อง, รีโมท์ตั้งเวลา, ฟิลเตอร์ต่าง

  1. Street/Street-portrait Photography: ภาพสไตล์ street นี้ก็คือการถ่ายภาพผู้คน เรื่องราวต่างๆบนท่องถนน ซึ่งทุกคนก็จะมีเทคนิค มุมมองที่แตกต่างออกไป สำหรับผม street photography เป็น genre การถ่ายที่น่าสนใจมาก เต็มไปด้วยศิลปะ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ –  กล้อง, เลนส์ Prime

สิ่งที่ผมอยากจะบอกทุกคนก็คือ ถ้าคุณไม่ได้จะตั้งใจจะถ่ายภาพเยอะขนาดผม อุปกรณ์ถ่ายรูปต่างๆเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นนะครับ ไม่ต้องเป็นคนบ้าหอบฟาง แบกไปเยอะขนาดนี้ ได้เดินทาง ไม่ได้ไปแบกของ แต่ถ้าชอบถ่ายรูปก็เอาไปให้หมดละครับ จะได้มีความสุขกับการถ่ายรูป สร้างสรรค์ผลงาน ระหว่างการเดินทาง

Photography Gear

IMG_5488

1. กล้อง: Canon 70D กล้องตัวนี้เป็นกล้องหลักของผมตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เพราะเป็นกล้องตัวที่ตอบโจทย์ความต้องการของผมมากที่สุด คือ ถ่ายภาพนิ่งสวยดี ความละเอียดใช้ได้ ความเร็วสูง 2. จอมันหมุนพับกลับด้านมาได้ อันนี้สำคัญมากๆ เลยครับสำหรับผม เพราะเวลาผมถ่ายวีดีโอคนเดียว ฟังชั้นนี้สำคัญมาก จะได้มองเห็นว่าถ่ายอะไรอยู่ 3. มันมี Wifi สามารถดูดรูปจากโทรศัพท์ได้เลย และ สั่งถ่ายรูปจากโทรศัพท์ได้ อันนี้สำคัญมาก เพราะบางครั้งเวลาผมถ่ายรูปตัวเอง ผมอาจจะตัวปีนก้อนหิน ปีนเขา ก็ที่จะได้จุดยืนที่พอใจ แล้วค่อยสั่งถ่ายรูปผ่านโทรศัพท์

คือจริงๆแล้ว ในตลาด DSLR ก็มีกล้องอยู่สองยี่ห้อ Canon และ Nikon ทั้งสองยี่ห้อก็คล้ายๆกันนะครับ โดยเฉพาะกล้องระดับ Beginner ไม่ต่างกันมาก ใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ Nikon ก็มีกล้องประมาณนี้ เช่น D5500 หรือจะเป็นพวก Sony A6000, Fuji Olympus ต่างๆ ก็เล็กและเบา สะดวกสบายดีครับ แต่ถ้าขอดีของ Canon ในเมืองไทย ก็คือ มันมีตลาดเลนส์มือสองราคาถูกอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้คุณสามารถประหยัดค่าเลนส์ได้เยอะอยู่นะครับ

อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ กล้องฟูลเฟรม ซึ่งราคาสูงมากๆ กล้องฟูลเฟรมนี้จะมีขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่กว่ากล้อง DSLR ทั่วไป ภาพที่ออกมาจะดีกว่ามาก คม ถ่ายในที่แสงน้อยจะมี noise น้อยมาก แต่ทุกครั้งที่ผมคิดจะไปซื้อกล้องฟูลเฟรม ผมมักจะบอกกับตัวเองเสมอว่า เก็บตั้งไปเที่ยวเหอะ กล้องตัวหนึ่งไปได้อีกหลายประเทศ และอุปกรณ์ที่มีอยู่ตอนนี้ก็ตอบโจทย์อยู่แล้ว

2. เลนส์: ผมมีเลนส์แค่ 2 ตัวเวลาผมเดินทาง Tamron 17-50 F8 VC และ Sigma 10-20 F4-5.6 HSM ขอพูดถึงเจ้า Tamron ก่อนนะครับ มันเป็นเลนส์ที่ผมรัก และโคตรเกลียดมันเลย 17-50 มม. เป็นช่วงซูมที่สำคัญที่สุดสำหรับการถ่ายภาพของผม เพราะฉะนั้นผมถ่ายรูปมากกว่า 70% ของผมด้วยเลนส์ตัวนี้

สิ่งที่ผมรักเกี่ยวกับมัน

  1. ถ้าโฟกัสถูกจุด ภาพคมชัดมากๆๆ F8-11 นะครับ ระยะนี้ เลนส์ตัวนี้คมมาก ดาวแตก Star Bust สวยมาก
  2. ระบบกันสั่น Image stabilization ที่ค้อนข้างดี
  3. 8 รูปรับแสงที่กว้างพอควร ช่วยได้เยอะมากๆครับในที่ที่แสงน้อย
  4. ถูกครับ…. ผมซื้อมือสองมาราคาแค่ 7,500 บาท

สิ่งที่ผมเกลียดเกี่ยวกับมัน

  1. Auto-focus ระบบออโตโฟกัสห่วยมากๆๆ แบบน่ารำคาญมาก ช้าเสียงดัง พลาดบ่อย แต่ผมก็ใช้จนชินแล้วนะครับ และภาพถ่าย 70% ของผมก็ถ่ายด้วยเลนส์ตัวนี้ ซึ่งมันก็ใช้ง่ายได้ดีระดับหนึ่ง
  2. หนัก…. แม้งหนักมาก

ในตลาดมีทางเลือกอื่นๆอยู่อีกไม่มากนะครับถ้าอยากได้เลนส์ประมาณนี้ ถ้าใครมีงบถึงซื้อเลนส์ค่ายเถอะครับดีกว่า แต่ Canon EF-S 17-55mm f/2.8 IS USM ราคาน่าจะแพงกว่าเกินเท่าตัวได้นะครับ

เจ้า Sigma 10-20 F4 -5.6 เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ Wide Angle ที่กว้างมากนะครับ ผมใช้ถ่ายพวก Landscape บ่อยขอดีของมันคือ ออโตโฟกัสเร็วดี ราคาถูก กว้างดี แต่ภาพมันไม่ค่อยคมเท่าไรครับ เลนส์ค่ายตอนนี่จะมีตัว Canon EF-S 10-18mm f/4.5-5.6 IS STM ที่ราคาเท่าๆกันและผมคิดว่าน่าจะดีกว่านะครับ (อันนี้ผมไม่ได้ค่าโฆษณาจาก Canon นะครับ ถ้าได้คงไม่มาใช้ Sigma ละ 5555) แต่มันก็ใช้ง่ายได้ละครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไร

3. ขาตั้งกล้อง: สำหรับผม Tripod เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งเลยครับ ยิ่งเบาไว้ก่อนยิ่งดีครับ อันนี้สำคัญมากเพราะถ้าคุณเดินทางนาน แบกพวกขาตั้งกล้องหนักๆไม่ไว้แน่นอน ตอนนี้ผมใช้ Benro IT15 ซึ่ง… มันก็ไม่ได้เบาอะไรเลย.. หนักมาก ผมเคยใช้พวก Sirui, Mefoto travel tripod อันเล็กๆๆพวกนั้นก็เบาดีแต่ตัวเตี้ยไป ผมขอแนะนำเลยนะครับลงทุนกับขาตั้งกล้องที่ดี เบา แข็งแรง สัก 5,000 – 10,000 เลยก็ได้ครับเพราะระยะยาวมันจะมีประโยชน์มาก

4. Action Cam: ผมใช่กล้อง SJ4000 ซึ่งพูดกันตรงๆๆเลย มันคือ Gopro ปล่อม คุณภาพมันก็สู้เจ้า Gopro Hero 4 ไม่ได้อยู่แล้วแต่ ผมยังไม่เห็นความจำเป็นในการซื้อ กล้องตัวละ 18,000 มากเก็บไว้ในกระเป๋าแล้วไม่ค่อยได้ใช้ ผมซื้อเจ้า SJ4000 นี้มาประมาณ 3,000 บาทครับ สั่งซื้อทางเน็ต

5. Selfie Stick อันนี้ก็สำคัญนะครับ ใช่กับ เจ้า Gopro ปล่อมของผม

6. Flash: ผมใช้ แฟลช Yongnuo 560 และมี Flash wireless Trigger อีกคู่หนึ่งจริงๆแล้ว ผมจะไม่แบก flashไปทุกครั้งที่เดินางนะครับ แต่บางครั้งมันก็ไม่ประโยชน์มากๆ ช่วยได้เยอะ

7. Trigger Remote: รีโมท์ตั้งเวลาถ่ายรูปอันนี้จำเป็นมากสำหรับผม เพราะ สามารถใช้ถ่าย Time-lapse, Long Exposure, ถ่ายรูปหันหลัง เพิ่มความอิสระให้ผมสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายที่แตกต่างออกไปได้มากๆขึ้น

8. Filter: ผมใช้ฟิลเตอร์แบบแผ่นๆ เพราะมันใช้ง่ายกว่า แบกลมๆที่ต้องหมุดติดไว้หน้ากล้องครับ โดยแบบที่ผมใช้บ่อยที่สุดคือ Neutral Density Filterโดยมันจะลดจำนวนของแสงที่เข้าไปในกล้องและทำให้ Shutter Speed ช้าลง โดยผมมีเทคนิคการติดฟิลเตอร์หน้ากล้องแบบที่ไม่เหมือนใคร ไม่ต้องใช้ filter holder 555

IMG_5515-2

แล้วผมก็ยังมีพวก อุปกรณ์เล็กๆน้อยพวกแบตเตอรี่ Memory card, Card reader, Thumb Drive ทั้งหมดผมจะเก็บเอาไว้ในกระเป๋าใบเล็กๆใบนี้ครับ

IMG_5494

สำหรับอุปกรณ์ถ่ายภาพของผมนะครับ ผมจะเน้นซื้อใช่เท่าที่จำเป็นไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องซื้ออุปกรณ์แพงๆ เลนส์อันละหลายๆหมื่นเพื่อทีจะเพิ่มคุณภาพงานของเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดมันอยู่ที่จินตนาการ ความสามารถในการสร้างสรรค์งานของเราครับ

 General Travel Gear

IMG_5498-2

  1. Passport: ผมจะเก็บพาสปอร์ตไว้ในกระเป๋าดำแดงใบเล็กตรงกลางใบนั้นนะครับ เพราะด้านหน้ามันจะมีช่องใส่พาสปอร์ต และด้านหลังมันมีช่องเก็บเงินและบัตรเครดิตได้
  2. กระเป๋าเก็บบัตรประชาชนและซิมการ์ด ใบนี้นะครับผมจะใช้เก็บบัตรประชาชน บัตรเครดิตและเงินสดอีกหนึ่งชุด ในกรณีที่กระเป๋าพาสปอร์ตหา ผมจะยังมีเงินสำรอง รอดได้
  3. กระเป๋าสตางค์ ผมจะไม่ก็อะไรไว้ในกระเป๋าสตางค์เลยนอกจากเงินสดเล็กๆน้อย ในคิดอย่างงี้เลยนะครับว่า เตรียมใจไว้เลยว่าถ้ากระเป๋าสตางค์ใบนี้หายไป โดนปล้นขโมย คุณสามารถเดินทางต่อไปได้ ตังค์หายไปอย่างมาก 2-3 พันบาท
  4. ล็อก: เวลาเดินทางไปพักตาม Hostel ต่างๆนะครับ ส่วนใหญ่เขาจะมีล็อกเกอร์ให้เราใช้แต่จะไม่แม่กุญแจ เพราะฉะนั้น เราควรติดตัวเอาไว้ครับ
  5. Hard disk: ปกติผมจะพก Hard disk ติดตัวไปด้วยเสมอเพราะข้อมูล รูปต่างๆสำคัญมาก หายไม่ได้
  6. มีดพก: อันนี้มีประโยชน์มาก ผมมีติดตัวเอาไว้ตลอด แต่ต้องห้ามลืม load เข้ากระเป๋าใบใหญ่ตอนขึ้นเครื่องบินนะครับผมโดนยึดทิ้งที่สนามบินหลายครั้งละ
  7. Power Bank, สายชาร์ตโทรศัพท์
  8. สมุดจด: ผมจะมีไอเดียเยอะมากเวลาเดินทางเพราะฉะนั้นผมก็จะมีสมุดเล็มบางๆเอาไว้จดความคิด ข้อมูลต่างๆลงไป
  9. Dive log book: เป็นสมุดจดการดำน้ำของผม สำคัญโดยฉะเพราะทริปที่มีการดำน้ำ
  10. กรรไกรตัดเล็บ: ถ้าใครอยากรู้ว่าตัวเองเป็นนักเดินทางขาโหดจริงหรือเปล่านะครับต้องดูว่าคุณพกกรรไกรตัดเล็บ ถ้าคุณมีหมายความว่าคุณเดินทางไกลจริง นานจริง ไอเท็มนี่ผมว่าเป็นเครื่องชี้แนะได้ดีครับว่าคุณเป็นักเดินขาโหดหรือเปล่า
  11. ไฟสาย ถ้าเป็นแบบที่กันน้ำได้จะดีมากเลยครับ
  12. เสื้อกันหนาวบางๆที่กันหนาวได้เวลาต้องนอนบนรถบัส

ผมจะไม่ได้แบกคอมพิวเตอร์ และพวกสายชาร์ตต่างๆเอาไว้ในกระเป๋าใบนี้นะครับ ผมจะเก้บทุกอย่างไว้ในกระเป๋าใบใหญ่

IMG_5509

 

The Backpack

ทุกคนที่ติดตามเพจ The Walking Backpack คงจะเคยเห็นกระเป๋าเป้ใบนี้กันบ่อยๆ เจ้า Columbia ใบนี้คือกระเป่าคู่บุญของผมเลย คือถ้าเดวิด เบคแคมต้องใส่ร้องเท้าสตั๊ดอดิดาส  พอล แม็กคาร์ตนีย์ต้องใช้กีตาร์ เฟนเดอร์ เทเลคาสเตอร์ปั้น The Walking Backpack ก็ต้องใช่กระเป๋าโคลัมเบียสีฟ้า …… อะไรจะขนาดนั้น

IMG_5630

กระเป๋าใบที่มันทีเรื่องราวที่มาที่ไปครับ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมไปเที่ยวมาเก๊ากับครอบครัว เดินเล่นช็อบปิ้งอยู่ดีๆ ก็ไปแตะตาเขากับเจ้ากระเป๋าใบนี้ และเหตุผลที่ผม รู้สึกมันตั้งแต่แรกพบเลยคือ สายสะพายของมันและ ระบบ support แผ่นหลังที่เป็น Foam ใช้สบายระบายอากาศได้ดีมาก เสื้อจะไม่เปียกเวลาใช้นานๆ

 

คุณแม่ก็เลยซื้อให้ บอกว่าเป็นของขวัญเนื่องในวันที่….คุณแม่อยากให้(คุณแม่ผมเป็นคนใจดียังงี้ลัครับ ผมเป็นลูกที่โชคดีที่สุดในโลd:))  )

ผมก็ยินดีรับมา ทริปนั้นที่ไปมาเก๊าฮ่องกงทั้งทริป ผมได้ซื้อของแค่ชิ้นเดียวแต่เป็นชิ้นใหญ่ และผมไม่คิดเลยว่า มันจะกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของผมขนาดนี้

กระเป๋ารุ่นนี้ตอนนี้ไม่มีขายแล้ว ขาดไปหลายครั้งละ แต่ผมก็ตัดใจเปลี่ยนใบใหม่ไม่ได้เพราะ มันเหมือนเพื่อนร่วมทางตลอด 4 ปี่ที่ผ่านมาของผม และ ผมก็โคตรรักมันเลย……  อะไรจะขนาดนั้น..เวอร์จริงๆๆไอ้ปั้น… แต่มันก็จริงนะครับ ผมโคตรรักมันเลย ตายแทนได้เลยละ

The New Backpack!!!

ล่าสุดผมได้เดินเล่นที่ร้าน Columbia แล้วผมไปเจอเข้ากับกระเป๋ารุ่นนี้ Columbia Trail Pursuit 30 ซึ่งมันยังมีสายสะพายแบบเดียวกับใบเก่าของผม!!! และพี่ๆที่ Columbia Thailand ก็ใจดีในผมมาใช่หนึ่งใบ ผมละไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี น้ำตามันจะไหล ตื้นตัน ล้นพ้น

ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงกำลังตัดใจทิ้งจากน้อง Columbia ใบเก่าไปใช้ ใบใหม่ ที่ดีกว่า ใหม่กว่าแข็งแรงกว่า รู้เหมือนกันว่าผมจะทำใจได้เมื่อไร

บางที่ผมอาจจะทำใจไม่ได้เลยก็เป็นไปได้ เพราะผมรักเจ้า Columbia ใบเก่ามากกว่าสิ่งใดในโลกนี้

IMG_5639



 

Advertisements

One thought on “What’s in my bag? มีอะไรอยู่ในกระเป๋าเป้ผม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s