9 เหตุผลที่ก่อนตาย คุณควรไปเห็น Leh Ladakh กับตาตัวเอง

001-1

*ก่อนเริ่ม: ผมเขียนกระทู้พันทิปมาหลายกระทู้ แต่ไม่มีครั้งไหนที่ผมเอาตัวเข้าแลกเท่ากระทู้นี้ เรื่องทั้งหมดนี้ ภาพทุกภาพนี้ เก็บมาฝาก เล่าสู่กันฟังได้ แต่ความรู้สึกเมื่อคุณปีนถึงยอดเขาสูง 5000 เมตร
ความเหนื่อยล้าหลังเดินป่า ไม่อาบน้ำ 5 วัน
ความหนาวเหน็บเมื่อโดดลงแม่น้ำอุณหภูมิ 3 องศา
ความทรมานในการนอนหนาวเกือบตายริมทะเลสาบ Panggol
รสชาติอาหารที่รสชาติ-ไม่ได้อย่างรุนแรงในหมู่บ้านอินเดีย
และ ความฟินของการขี่มอเตอร์ไซค์บนหนึ่งในทางหลวงที่สูงที่สุดในโลก
พวกนี้ผมเอามาฝากคุณผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์บนกระทู้พันทิปไม่ได้
….เพราะรูปภาพมันเอามาฝากกันได้…แต่ประสบการณ์ มันต้องออกไปเจอด้วยตัวเอง*

ลองจินตนาการง่ายๆนะครับ ถ้ามีเมืองๆหนึ่งในโลกที่มี เทือกเขา Alp สุดสวยๆของสวิสเซอร์แลนด์ มารวมกับ เส้นทางเดิน เทรคกิ้ง สุดโหดของ Patagonia ประเทศอาร์เจนติน่า บวกกับ วัฒนธรรม ความน่ารักของผู้คนและวัดวาอารามของทิเบต แค่นั้นยังไม่พอ บวกเพิ่มสัตว์ป่า Snow Leopard Golden Eagle ความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของป่าอเมซอน และ แถมถนนสวยๆยาวๆกลางทะเลทราย แบบ Death Valley ของรัฐเนวาดาในอเมริกาเข้าไปอีก ยังไม่อีกหมดนะ!!!! เพราะที่นี่มีค่าครองชีพถูกแสนถูกของประเทศอินเดีย หลายคนคงบอกว่าผมฝันไป บ้าไปแล้ว เมืองแบบนี้ไม่มีทางมีจริงหรอก

2

(เจ้าตูบตัวนี้อย่างน่ารักอะ)

แต่ผมสาบานเลยว่ามันมีอยู่จริงและผมไปเห็นมาแล้วกับตาของผม เป็นสถานที่ที่สวยเกินคำบรรยาย หนาวจริง โหดจริง ทรมานสุด ครบทุกรสชาติ

สถานที่นี้ก็คือ เมือง Leh Ladakh … เมืองทางเหนือของประเทศอินเดียที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาหิมะ ธรรมชาติแสนยิ่งใหญ่ และวัฒนธรรมของชาวลาดักห์ ใครบอกอินเดียไม่มีของดี ผมยืนยันว่ามี และมีเยอะมากๆๆ

ที่นี่คือสวรรค์บนดินของนักเดินทางอย่างแท้จริง การผจญภัยทุกชนิด ไม่ว่าจะ ปีนเขาน้ำแข็ง ล่องแก่ง เทรคกิ้ง ขี่มอเตอร์ไซค์ ปั่นจักรยาน เที่ยววัดเลห์ มีให้ทำทุกอย่างและ ทุกกิจกรรมมันไม่ใช่ระดับแบบเด็กๆ เดินป่าง่ายๆสองชั่วโมง ล่องแก่งในแม่น้ำเฉื่อยๆ ทุกแอคทิวีตี้ จะเป็นที่สุดที่คุณเคยทำในชีวิต ขี่มอเตอร์ไซค์ก็วิวสวยแบบสุดหลุดโลก เดินโคตรลำบาก 5 วันติดกัน 100 กิโลเมตร ล่องแก่งน้ำน้ำเชี่ยวความยากระดับ 3+

ถ้าคุณยังมีลมหายใจ ยังเดินไหวอยู่นะครับ  ผมแนะนำ….มาเห็น เลห์ ลาดักห์ ด้วยตาคุณเองสักครั้งหนึ่งในชีวิตครับ ที่นี่มันหลุดโลกไปแล้ว

3

        บทความนี้จะพาคุณไปเที่ยวเลห์ ลาดักห์ โดยที่คุณจะไม่ต้องแม้กระทั้งกระดิกส้นเท้าลุกจากหน้าคอม เพราะผมเสียสละ เอาร่างกาย เอาชีวิตของผมไปทรมานแทนคุณมาแล้ว ไปเดินป่ามา 5 วัน 5 คืน ปีนยอดเขาสูง 5000 เมตร ล่องแก่งในแม่น้ำอุณหภูมิ 5 องศา ป่วยเป็นโรค Altitude Sickness ทนเหน็บหนาวทั้งหมดเป็นเวลา 15 วัน เพื่อเก็บภาพสวยๆ เรื่องราวสนุกๆมาฝากทุกคน และนี่คือ 9 เหตุผลที่ก่อนตายคุณควรไปเห็น Leh Ladakh ด้วยตาคุณเอง

4

1.    Flight to Leh ไฟลท์ที่คุณห้ามหลับตา

ปีๆหนึ่งผมขึ้นเครื่องบินเป็นสิบครั้งนะครับ แต่ไม่เคยมีไฟลท์ไหนเลยในชีวิตที่จะทำให้ผมอ้าปากค้าง น้ำลายยืด ตะลึงในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้ขนาดนี้ เพราะนี่ คือสิ่งที่ตอนรับนักเดินทางทุกคนที่กำลังเดินทางเข้าสู้เลห์

IMG_7611-2

ผมเดินทางมาเลห์ด้วยการนั่งเครื่องบินมาจาก New Delhi ไฟลท์นี้จะต้องบินผ่านเมือง Manali และเทือกเขาหิมาลัย โดยถ้าคุณมาไฟลท์เช้าๆ ท่องฟ้าเปิดๆ เชื่อผมเถอะครับว่า มันจะเป็นภาพที่คุณลืมไม่ลงไปอีกนานในชีวิตนี้

IMG_7594-2

การขึ้นเครื่องบินครั้งนี้ แทบจะเหมือนกับการนั่งเครื่องบินไปชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ส่วนผลพลอยได้คือการเดินทาง
และนี้คือสนามบินเลห์ที่ รอรับนักเดินทางทุกคนเข้ามายังเลห์

9

ถ้าคุณมีเวลาและอยากดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติ และความโหดของถนนที่ทรหดที่สุดในโลก คุณสามารถจะนั่งรถมาแทนได้นะครับ ใช้เวลา 4 วันจากเดลี่ นั่งรถไฟไปจาเดลี่ไป Manali แล้วจาก Manali จะมีถนนเส้นที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดในโลก ใช้เวลา 2 วันเต็ม ขับผ่าน High Pass (ยอดเทือกเขา) สูง 5000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล 4 ครั้ง ทรหดสุดๆ แต่เขาว่ากันว่า ชีวิตนี้คุณจะไม่ได้เห็นถนนที่สวยกว่านี้แล้ว
การปั่นจักรยานบนถนนเส้นนี้ เป็นเวลา 8 วัน 7 คืนคือหนึ่งในความฝันสูงสุดของชีวิตผมเลย คราวหน้าครับ ผมจะไปปั่นจักรยานบนภูเขาวิวแบบนี้

11

ครั้งนี้ชมความง่ายจากเบื่องบนไปก่อน  ห้ามลุกไปขี่ไม่ฉี่ อั้นไว้ครับ ขี่ฉี่มันสำหรับคนอ่อนแอ่!!8ข้อมูลเพิ่มเติม: ไฟลท์ไปกลับ จากเดลีไปเลห์ มี 3 สายการบินนะครับ Air India, Jet airway และ Go Air ราคาไปกลับควรจะอยู่ประมาณ 5-6 พัน แต่ต้องจองเร็วๆนะครับ ผมจองช้า ผมมีตั๋วแค่ขาไปอย่างเดียว ขากลับแพงมากๆๆ ประมาณเกือบ15,000 บาท ผมเลยต้องทรมานนั่งรถกลับผ่านแคชเมียร์  ที่ทรหดสุดๆ อันนี้เดี๋ยวผมมาเล่าคราวหน้า

2.    Leh City เมืองเลห์ เมืองที่จะทำให้คุณหยุดหายใจ

เมืองเลห์ (Leh) คือเมืองจุดศูนย์กลางของจังหวัดลาดักห์ Ladakh ที่แสนงดงาม ล้อมรอบไปด้วยภูเขาหิมะ เทือกเขาสวยๆ ซึ่งผมจะใช้เป็นที่พัก จุดเริ่มต้นในการไปผจญภัย ปีนเขา ไปเที่ยวทะเลสาบ แต่ก่อนจะไปเที่ยวที่ไหน คุณควรใช้เวลาสัก 1-2 วันเที่ยวค้นหาเลห์ซะ ก็เพราะเมืองนี้สวยมากๆๆ

12

เลห์เป็นเมืองเล็กๆ โดยมีจุดศูนย์กลางเป็น ตลาดกลางเมือง ที่เรียกว่า Main Bazaar แต่ไฮไลท์ของเมืองเลห์ก็คงหนีไม่พ้น Leh Palace ปราสาทที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง ที่เคยเป็นที่อยู่ของกษัตริย์เมืองเลห์ในอดีต วิธีขึ้นไปปราสาทนี้ จะนั่งแท็กซี่ก็ได้ แต่สำหรับผมกับน้องชาย ปืนเขาขึ้นไปกัน ใช้เวลาไม่นานมาก ด้านบนเป็นปราสาทสไตล์โบราณสามารถมองเห็นเมืองเลห์ที่ล้อมรอบด้วยหุบเขาทั้งเมืองได้แบบนี้

13

14 IMG_7717แค่วิวนี้วิวเดียว ให้ผมนั่งมองทั้งวันยังไม่เบื่อเลยครับ เลห์กับผม นี่เรียกว่ารักแรกพบเลยก็ได้ สวยสุดๆ รักหมดใจ

15

กลางคืนเลห์ก็ปลอดภัยครับเดินเล่นได้สบายๆ หลายคนถามกลางคืนมีอะไรให้ดู…..ก็ไม่ค่อยมีอะครับ อย่างที่เห็นในภาพ

14

เลห์ยังมีที่เที่ยวอีกเยอะมากนะครับ โดยเฉพาะ Shanti Stupa แม้คุณจะนั่งรถได้ แต่ผมแนะนำให้เดินขึ้นภูเขาไป เพราคุณจะได้รู้ว่าการปีนภูเขาในที่สูงมันเหนื่อยขนาดไหน เดินไป 10 ก้าวผมหอบแทบตาย สำหรับผมกับน้องชายพยายามจะเดินไปทุกที่ ปรับร่างกายให้ได้มากที่สุดเพราะ เราพยายามจะปรับร่างกายให้ได้เร็วที่สุดเพื่อเราจะได้พร้อมไปเดินป่า ปีนเขา

16

ช่วงเวลาที่ควรมาเที่ยวเลห์: เลห์เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปิดเพียง 4 เดือนต่อปีในช่วงหน้าร้อน ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ถึง ก.ย.  ช่วงอื่นๆ จะไม่เปิดเพราะหนาวมากๆ ช่วงหนาวหน้าอุณหภูมิ – 20 ทั้งวัน ส่วนหน้าร้อนช่วงที่ผมไป กลางวันประมาณ 10- 15 กลางคืนประมาณ 0 องศา เหตุผลที่ที่นี่หนาวขนาดนี้ก็คือ เมืองเลห์ตั้งอยู่บนภูเขาสูง  3500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล สูงกว่าดอยอินทนนท์ เกือบๆ 1300 เมตรได้ครับ ที่นี่เลยหนาวทั้งปี

17

[พักโฆษณาหน่อย….]

ผมสงสัยครับ เห็นภาพนี้แล้วยังนั่งอ่านกระทู้นี้อยู่ทำไม!!!!
ปิดกระทู้นี้ซะ!!
แล้วไปจองตั๋วไปอินเดียเลยยยย จะรอะไรอีกครับ ตั๋วเครื่องบินไม่ต้องใช้ฤกษ์จองนะครับ ปลอดภัยทั้งปี หรือจะรอให้อินเดียหายร้อน… ไปเย็นๆไปทำไม ไปร้อนๆนี้แหละให้มันรู้ว่าร้อนนรกละลายมันเป็นยังไง ตั้งแต่กลับมาจากอินเดีย ผมอยู่กทม.ยังไม่เคยบ่นร้อนเลยสักวัน อย่าบ่นว่ากรุงเทพร้อนถ้าคุณยังไม่เคยไปอินเดีย เชื่อผม คุณไม่รู้หรอกว่าคนเราใช้ชีวิตในเตาอบได้

5.13.    ชาวลาดัก

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับเมืองเลห์คือ ผู้คนชาวลาดักห์ ที่น่ารักมากๆๆ ที่นี่ไม่เหมือนอินเดียเลย เป็นอีกโลกหนึ่งเลยก็ว่าได้ คุณจะไม่ต้องเจอกับปัญหา ใครมาเอาเปรียบคุณ ขายของให้คุณ ทุกคนน่ารักมาก อาหารอร่อยมาก อากาศดี พูดง่ายก็คือที่นี่น่าจะเป็นเมืองเดียวในประเทศอินเดีย ที่แทบไม่มีความเป็นอินเดียอยู่เลย

18

ที่นี่รู้สึกเหมือนอยู่ทิเบตมากกว่า คนส่วนใหญ่นับถือศาสนา พุทธนิกายเดียวกับชาวทิเบต (นิกายวัชรยาน) นับถือลามะ มีวัดสวยๆ เยอะมาก คนที่เลห์นิสัยคล้ายๆคนไทย ใจดี ชอบทำบุญ ทุกคนยิ้มแย้มตลอดเวลา น่ารัก ไม่ต้องเหนื่อยต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนทุกเมืองใหญ่ๆในอินเดีย

19

เจ้าของบ้าน Guest house ที่เลห์ที่ผมไปพักมา

การเลือกที่พัก: ที่พักใน Leh ถูกมากๆครับ ผมแนะนำให้ไปนอน Guest house ที่มีอยู่มากมายเต็มเมืองไปหมดไม่ต้องจองมาก่อนก็ได้นะครับ เพราะที่นี่มีเยอะมาก ที่พักที่ผมอยู่ชื่อ Dolma Guest house เจ้าของใจดีมากๆๆ เลี้ยงผมกับน้องชายอย่างกะลูกแท้ๆ มีชานมให้กิน ผมก็เล่นกับลูกของเจ้าของบ้าน เด็กคนนี้ชื่อ Doojee ตอนนี้ ผมกับ Doojee เป็นเพื่อนกันบนเฟสบุ๊ค Doojee พูดภาษาอังกฤษเก่งมาก รู้ศัพท์เยอะกว่าเด็กไทยที่จบมหาลัยบางคนอีก การศึกษาบ้านนอก ในเขาๆแบบนี้ ไม่ใช่จะเล่นๆนะครับ โรงเรียนที่เลห์นี้ค่อนข้างดีมาก เด็กเขียนอ่านได้เก่งกว่าเด็กไทยเยอะ

ปั๊ม น้องชายผม กำลัง สอน Doojee เล่นเกมส์บนเฟสบุ๊ค

20

ห้องที่พักที่ผมอยู่ มี HBO จานดาวเทียม น้ำร้อน และเตียงขนาดใหญ่สุดๆ ใหญ่กว่าที่บ้านอีก ทั้งหมดนี้คืนละ….

300 บาท!!!!

IMG_0411

เลิกบ่นได้อล้วนะครับว่าไม่มีตังค์ไปเที่ยว หยุดกินข้าวในห้าง หยุดสูบบุหรี่ หยุดดื่มเหล้า แล้วเกือบตังค์นั้นไว้สัก 6 เดือนยังไงคุณก็ได้ไปเที่ยวใกล้ไกลอีกเรื่องหนึ่ง

น้องชายผมเป็นคนรักเด็กครับบ

21

ข้อมูลเพิ่มเติม: ชาวลาดักห์พูดภาษาอังกฤษได้เกือบทุกคน ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้เลยครับ มีร้านอาหารที่ผมจะแนะนำ ร้านแรกชื่อ Chopsticker อร่อยมาก ขายก๋วยเตี๋ยวจากทุกชาติในโลก อร่อยมาก จานเด็ดของที่นี่คือ โมโม่ Momo ติ่มซำคล้ายๆกับเสียวหลงเปา แต่มีหลายไส้ ทั้งไก่ แกะ ผัก อีกร้านหนึ่งที่ผมอยากแนะนำคือ ร้าน Lamayuru Restaurant และร้านข้างๆที่ผมจำชื่อไม่ได้แล้วจริงๆ มีอาหาร อินเดีย ฝรั่ง และ ทุกชาติ อร่อยดีครับ โดยเฉพาะตอนที่คุณเบื่ออาหารอินเดีย

4.    Motorcycle ride like a man

หนึ่งในสิ่งที่ถ้าคุณมาลาดัก แล้วห้ามพลาดอย่างยิ่งเลยก็คือ การขี่มอเตอร์ไซค์ตามสายลมบนถนนวิวระดับเทพในลาดัก
ทุกๆ ปีนะครับ สิงห์นักบิดจากทั่วโลก จะมารอบตัวกันที่ลาดัก เพื่อสิ่งที่เขาเรียกกันว่า  Ride of a lifetime บริเวณลาดักนะครับเหมาะกับการมาขี่มอเตอร์ไซค์ชมวิวที่สุด เพราะที่นี่มีถนนที่สูงที่สุดในโลก อันดับ 1-3 อยู่ใกล้ๆกันในรัศมี ไม่เกิน 50 กิโล
ผมกับเจ้า Suzuki Scooter คู่ใจของผม

23
ถนนพวกนี้ตัดผ่านเทือกเขาที่มีความสูง 5000 กว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเลได้ครับ เพราะฉะนั้นสองข้างทางจะมีหิมะ ธารน้ำแข็งตลอดทั้งปี

31

ผมได้นั่งรถผ่านถนนเส้นที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก Chang La pass ระหว่างทางขึ้นมันก็สวยแบบเกินคำบรรยายละครับ แต่ผมกับน้องก็อ้วกกันไปหลายรอบระหว่างทางขึ้นและลง มันโหดมากๆ

วิวบนทางขึ้น Chang La pass

40.2

27

สำหรับยานพาหนะที่เราจะใช้ขี่กัน  ในเลห์มีมอเตอร์ไซค์เพียงยี่ห้อเดียวที่เขาขี่กันทั้งเมือง และมันเท่มากๆๆ

28

มันคือ Royal Enfield เจ้านี้มันคือฮาเลย์สายพันธุ์อังกฤษที่มาป็อปปูล่าเอามากๆ ในอินเดีย และราคาไม่แพง ถ้าคุณอยากเท่แมนจริง ขี่แล้วหล่อ เช่าเจ้า Royal Enfield มาขี่สักครับมันเท่มากๆ  แต่ ผมขี่มอเตอร์ไซค์แบบมีเกียร์ไม่เป็น  (เศร้ามาก) คือเอาจริงเลยนี่คือหนึ่งสิ่งที่ผมเศร้าเอามากๆ  ผมรู้สึกไม่แมน ขาดความเป็นผู้ชายไปเลยที่ผมขี่มอเตอร์ไซค์ Manual ไม่เป็น  ผมเลยต้องไปขี่เจ้า  Suzuki กระป๋องคันนี้ที่มันไม่เท่ห์เอาซะเลยยย แต่ถ้าผมดันทุรังไปขี่คันใหญ่ ผมกลัวรถจะคว่ำเอา
29อีกทางเลือกหนึ่งนะครับคือการเช่าจักรยานเสือภูเขา วันละ 250 บาท อันนี้เป็นทางเลือกที่ผมชอบที่สุดละ มันมาก!!! ถ้าจะขึ้นจักรยานคุณจะต้องฟิตระดับหนึ่งนะครับ เพราะบนเทือกเขาสูงๆ ถนนจะชันมาก บางทีคุณอาจจะต้องลงมาเข็นจักรยาน ปั่นต่อไม่ไหว ผมเช่าจักรยานมาปั่นอยู่หนึ่งวัน ปั่นจากตัวเมือง เลห์ไป Indus Valley เป็นหนึ่งในหุบเขาที่สวยที่สุดในเลห์ เต็มไปด้วย ต้นไม้ แม่น้ำ ลำธาร วันนั้นผมปั่นไปทั้งหมด 30 กิโลเมตร กลับโรงแรมมาโดนตะคริวกินทั้งคืน

30

ค่าครองชีพ: ค่าเช่ารถ Suzuki นะครับ วันละ 400 บาท แต่ Royal Enfield วันละ 800 บาท เชื่อผมครับจะเป็น 800 บาท ที่คุณจะลืมไม่ลงไปทั้งชีวิต เพราะวิวมันหลุดโลกมากๆๆ
ค่าครองชีพที่เลห์นะครับ ราคาถูกมากๆ  ผมอยู่ 14 วันใช้ตังค์ไปทั้งหมด 7,000 บาท อันนี้ ผมไม่ได้โกหกนะครับ ค่าข้าวมื้อหนึ่งไม่เกิน 100 ต่อหัว กาแฟแก้วละ 10 บาท อยู่สบายมากๆ ค่าไปเที่ยวเดินป่าก็ไม่แพง ทุกอย่างถูกมาก ค่านั่งเครื่องมาอาจจะแพงนิดหน่อย แต่ค่าครองชีพที่นี่ถูกมาก

วิวระหว่างเส้นทางปั่นจักรยาน ที่ผมต้องหยุดลงมาถ่ายรูป

32.1

5.    Panggol Lake
หนึ่งในที่ท่องเที่ยวที่ฮิต และสวยที่สุดที่ใครเข้าก็ไปกันนะครับก็คือ  ทะเลสาบ Panggol ที่นี้คือทะเลสาบที่สูงที่สุดในโลก ความสูงเกือบ 5000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลครับ

32

33

ทะเลสาบ Panggol นี้มีชื่อเสียงมากเรื่องความฟ้าของน้ำ  เวลาที่แดดส่องแสงกระทบกับผิวน้ำ ทะเลสาบ Panggol จะกล้ายเป็นสีฟ้าเข็มสวยเกินคำบรรยาย

34

ผมเลือกที่จะนอนที่ทะเลสาบ Panggol หนึ่งคืน เพื่อจะได้ มาเดินถ่ายรูปเพิ่มขึ้น  แต่หารู้ไหมว่าการนอนที่ริมทะเลสาบมันหนาวมากก หนาวจนนอนไม่ได้ตื่นไม่ไหว แต่ถ่ายคุณตื่นขึ้นมาไวนะครับ คุณอาจจะไม่ลืมลืมสิ่งที่คุณเห็นไปอีกเลยในชีวิตนี้ ทะเลสาบ Panggol สวยมาก น้ำใสสีเขียวมรกต งาม เกินคำบรรยาย

35

 

6. Markha Valley Trek

หนึ่งในเป้าหมายหลักในการมาเที่ยวเลห์ของผมในครั้งนี้นะครับ คือการมาเดิน Trekking ตามภูเขาแสนสวยที่ยอดถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ซึ่งเส้นทางการเทรคกิ้งของผมครั้งนี้ ผมกับปั๊มเลือกเส้นทาง Markha Valley เป็นเส้นทางคลาสสิก ยอดนิยมของเลห์ เพราะ 1.ธรรมชาติที่นี่สวยมากๆ เดินจากความสูง 3000 เมตร ไปจนถึงยอดเขาที่ 5000 เหนือระดับน้ำทะเล ผ่านภูมิทัศน์สวย สัตว์ป่า และหิมะมากมายตลอดทาง 2. เราสามารถนอน Homestay ตามบ้านของชาวบ้านได้ คืนละ 150 บาทต่อหัว ซึ่งถูกมาก
ทุกภาพถ่ายคือความเสียววว เสียวตกเขา

36

ผมกับน้องชาย ใช่เวลาเดินทั้งหมด 5 วัน เราไปเดินเตรียมพร้อมร่างกายก่อนหนึ่งวัน เพื่อเพิ่มความฟิต ก่อนที่จะเดิน Markha Valley อีก 4 วันเต็มๆ ไม่มีอาบน้ำ ไม่มีเปลี่ยนเสื้อผ้า พวกเราไม่มีลูกหาบไป แบกของกันเอง เป้เล็กๆของผมใบนี้ ใส่กล้องอย่างเดียวนี้ก็เต็มเป้แล้วครับ 37

38.1

38

มีการแขวนธงให้พรให้การปีนภูเขาของเราเป็นไปด้วยดี

IMG_0995

จะลำธารเป็นเพื่อนเราตลอดการเดิน บางช่วงก็เป็นแบบนี้ 38

40.1

เห็นยิ้มๆแบบนี้ ปอดเกือบฉีกขาดโคตรเหนื่อยๆ เดินกัน 6ชั่วโมงจากเช้าวันนั้น41

การเทรคกิ้งใน Markha Valley เป็นหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดที่ผมกับน้องชายเคยทำมาในชีวิตเลยก็ว่าได้นะครับ พวกเราต้องเดินกันวันละ 7-8 ชั่วโมง ประมาณ 20 กิโลเมตรต่อวัน เหนื่อยมาก ส่วนอาหารนี้ มือกลางวันเราจะกินขนมปังกับไข่ต้มที่เราเตรียมไป เชื่อผมเลยครับว่ามันเป็นไข่ต้มที่อร่อยมากๆๆ เพราะเราหิวกันสุดๆ ส่วนข้าวเย็น เราก็จะกินกับชาวบ้าน เจ้าของ Homestay ที่จะเป็นคนทำกับข้าวให้เรากินทุกวัน ลองจินตนาการดูนะครับ ทุกวันผมเดินป่ามา 20 กิโลมาถึงที่พักหิวโทรมยังกับผีดิบ แต่!!! คุณป้าที่บ้าน Homestay มีแต่ผักต้มกับน้ำแกงให้กิน ถึงจุดนั้นนะครับ มีอะไรให้กิน ผมกับน้องก็กิน การเทรคกิ้งของเราเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมายๆ แต่ธรรมชาติ ภูเขา แม่น้ำ ลำธาร หิมะที่เราได้ไปสัมผัส มันเกินคำบรรยายจริงๆ ผมขอไม่เขียนไปมากกว่านี้ ดูรูปแล้วเข้าใจว่าทำไม ผมกับน้องชายถึงไปทนทรมานที่ Markha Valley

40

วิวหน้าบ้านที่พักใน Markha Valley ของผมครับ

43

บ้าน Homestay คืนแรกที่ผมไปอยู่พัก บ้านหลังใหญ่มากๆๆ ชาวบ้านเลห์จริงๆแล้ว เป็นคนมีเงินครับ ฐานะดีเลยละครับ เงินที่ได้จากการท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ พวกเขาก็อยู่สบาย ต้อนรับนักท่องเที่ยว

42

ไกด์ของพวกเรา ซังกี้ ดูแลยังกับพ่อเราไม่มีซังกี้ผมกับน้องตายบนภูเขาชัวร์ๆIMG_1524

คุณลุงเจ้าของบ้านที่ผมไปพักก็แสนใจดีครับ ตกดึก ก็ให้ผมกินเบียร์ที่ลุงแกหมักเอง

44

7.    Rafting

ครึ่งวันสุดท้ายของการเดินป่านะครับ ผมกับน้องชายใช้วิธีล่องแก่งกลับมาเลห์แทน ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ – ชั่วโมง โดยแม่น้ำที่เราไปล่องแก่นนั้นเชียวมาก เป็น แก่งที่มี Rapid point 4 จุดความยากระดับ 3+  ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าถ้าตกน้ำลงไปจะรอดได้ยังไงเพราะ น้ำมันเชียวสุดๆ แทนหนาวมากๆ

CAMERA

ในเรือผมมีคนอินเดียอ้วนอยู่ 4 คน แต่ไม่ช่วยพาเลยย แถมขอนั่งข้างหน้าอีกๆ ปั๊ม น้องชายผมก็ไม่ค่อยพาย ในเรือเหลือ ผมกับเพื่อนฝรั่งอีกคนช่วยกันพาย  เหนื่อยมาก แต่ก็มันส์มากกเช่นกัน

CAMERA

CAMERA

8.    Animal

ตลอดเส้นทางการเดินป่าที่ Markha Valley นะครับ จะมีสัตว์ป่ามากมาย ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ ถ้าเป็นพวกสัตว์หายากก็มีพวก Snow Leopard และ Golden Eagle แต่ผมก็โชคดีไม่น้อยได้เจอสัตว์ป่าเยอะมากเหมือนกัน โดยเฉพาะเจ้า แพะป่า Wild Sheep
ตอนแรกที่พี่ไกด์ชี้ให้ผมดู ผมโคตรตื่นเต้น รีบเอาเลนส์ซูมออกมา ไปหลบอยู่หลังก้อนหินไม่ให้มันเห็น  ระหว่างที่ผมถ่ายรูป ความรู้สึกมันยังกะผมเป็นช่างภาพ National Geographic เดินตามหาสัตว์ป่ามาหลายวัน ภาพที่เห็น

เจ้านี้คือฝูง แกะป่าที่พร้อมใจกันหันหน้ามาหาผม

49

50

และฝูงจามจุรี ที่กำลังเดินข้ามธารน้ำแข็ง51

52

สิ่งทีผมชอบเกี่ยวกับ สัตว์ป่าพวกนี้นะครับ คือ ชีวิตผม ผมแทบไม่เคยเจอสัตว์ป่าจริงๆ ที่ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ ปกติมันจะอยู่ตามสวนสัตว์ต่างๆ แต่ที่ Markha Valley ผมได้เจอสัตว์ป่าที่มันอยู่ตามธรรมชาติแบบนั้นของมันจริงๆ มันเจ๋งมากครับ ของจริง เดินๆก็เจอ และได้สังเกตวิถีชีวิตที่แท้จริงของมัน

53

9.    Sonamarg

ที่นี้คือ อีกหนึ่งเมืองสวรรค์บนดินของนักเดินทางเลยละครับ  เป็นเมืองที่อยู่ระหว่าง แคชเมียร์ Srinagar กับ เลห์ ต้องนั่งรถข้างคืนหนึ่งคืนเลยกว่าจะถึง หลายคนยกให้ที่นี้เป็น สวิสแลนด์แห่งอินเดีย เพราะวิว ธรรมชาติ ไม่เหมือนกับเลห์ เต็มไปด้วยต้นสนเขียวๆเยอะมาก ภูเขาหิมะ ใครที่ชอบถ่ายรูปนะครับ มาที่นี้ไม่พลาดแน่นอน

54

55

56

การเดินทางไปเลห์ของผมในครั้งนี้นะครับ ผมว่ามันคือหนึ่งในทริปแห่งชีวิตก็ว่าได้นะครับ เต็มไปด้วย การผจญภัย ธรรมชาติที่แสนสวย จะผจญภัย ล่องแก่ง เดินป่า ขี่จักรยาน ปีนเขา ว่ายน้ำ เลห์มีให้ทำหมดเลย ผมไม่เคยคิดเลยว่าโลกนี้มันจะมีสถานทีที่สวยขนาดนี้อยู่ เต็มไปด้วยกิจกรรมมากขนาดนี้ ผู้คนก็ใจดีน่ารักเป็นมิตรมาก สถานที่แบบเลห์นี้ละครับเป็นเหตุผลที่ทำไมผมถึงหลงรักการเดินทาง และจะไม่มีวันหยุดเดินทาง
ข้อมูลเพิ่มเติม
1.    ค่าครองชีพ: ที่นี้ค่าครองชีพถูกมากครับ วันหนึ่งถ้าคุณไม่ได้ ช็อปปิ้งอะไรมากมาย ไม่น่าจะเกิน 1000 บาท อาหารหนึ่งมื้อไม่น่าเกิน 100 บาทต่อหัว (กินร้านอาหารอร่อยๆเลยนะครับ)
57
2.    การเดินทางไปไหนมาไหน: หนึ่งในความยากของการเที่ยวเลห์คือการเดินทางครับ เพราะที่เที่ยวต่างๆอยู่ห่างกันค่อนข้างมาก ผมมีคำแนะนำสองข้อครับ ถ้าคุณคิดว่าคุณมั่นใจขี่มอเตอร์ไซค์แข็ง เช่ามอเตอร์ไซค์เลยครับ มันจะเป็นการขี่มอเตอร์ไซค์ที่คุณลืมไม่ลงไปอีกนานในชีวิต
แต่ถ้าคุณไม่มั่นใจในความสามารถของการขี่มอเตอร์ไซค์ของคุณนะครับ ใช้ บริการ Taxiครับ ตกลงราคากับพี่ๆแท็กซี่แล้วก็นั่งสบายๆไป

3.    การไปเดินป่า: การไป เทรคกิ้ง ไป Panggol Lake หรือจะไปผจญภัยที่ไหนก็ตาม ทุกอย่างสามารถทำได้โดยมีร้าน Agency ที่เขาจะจัดทุกอย่างให้คุณอย่างเรียบร้อย ราคาก็ไม่แพงมีไกด์ให้ดู ปลอดภัย อย่างที่ผมเทรค Markha Valley ผมเสียค่าเทรค รวมไกด์ ที่พัก อาหาร และทุกอย่างแล้ว คือไปแต่ตัวอย่างเดียว 4 วัน 3,700 บาท

4.    อินเตอร์เน็ต: ในเลห์อินเตอร์เน็ตห่วยมากๆครับ คือ wifi นี้ห้ามไปหวังอะไรกับมันเลยครับ ไม่มีทางใช้ได้ ใช้ได้ก็โคตรช้า การเดินทางครั้งนี้นะครับ ผมใช้บริการของ dtac roaming แทนที่ผมจะซื้อซิมอินเดีย และมันเข้าท่ากว่ามากครับ สามารถเล่นเน็ตบนภูเขาอย่างมีความสุข ละผมจะขออธิบายให้ฟังนิดหนึ่งนะครับว่าทำไมมันถึงเข้าท่ากว่ามาก

58
โบร์ชัวร์ dtac data roaming ที่ผมติดมาก็ช่วยได้เยอะนะครับ
59
ถ้ามีโรมมิ่ง ถ่ายเสร็จก็อัพรูปได้ทันที่ครับ เชื่อผม คุณจะต้องอัพรูปเยอะมากเพราเลห์สวยทุกมุม
60
1.    ระบบโทรศัพท์ เครือค่ายมือถ่ายในอินเดียประหลาดมากครับ คือ ไม่มีเครือข่ายไหน ที่ครอบคลุมทั้งประเทศอินเดีย ซิมที่ใช้ที่เดลี่ อาจจะใช้ที่เลห์ไม่ได้ ต้องซื้อซิมใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนเมือง ซึ่งลำบากมาก
แต่บริการ dtac data roaming สามารถให้เราเลือกใช้ได้  ทุกเครือข่ายรวมถึงเครือข่ายใหญ่ๆของอินเดีย อย่างAircel/ Reliance/Tata Docomo/ Uninor ซึ่งต่อที่อยู่ที่เลห์ มีแค่เครือข่ายเดียวที่ใช้ได้คือ Aircel สัญญาแรงมาก อยู่บนภูเขาก็ใช้ได้ ส่วน ในเดลี่ Unicor จะดีกว่า ผมสามารถเปลี่ยนเครือข่ายไปตามจังหวัดได้เรื่อยๆ และหากผมมีปัญหาเรือ่งการใช้งานที่โน้น ผมสามารถโทรติดต่อดีแทค Call center ได้ฟรีจากต่างประเทศด้วยเบอร์ดีแทคที่โรมมิ่งไปได้ ฟรี ไม่เสียเงินเลยครับที่ โทร 02 202 8100
61
2.    dtac มีโปรโมชั่น หลากหลายให้เลือก ผมเลยเลือกเปิด โรมมิ่งเฉพาะวันที่ผมอยากใช้ ประหยัด และคุ้มค่าใช้จากได้ง่ายมาก เพราะสามารถใช้ได้ทุกเครือข่าย หมดปัญหาเรื่องค่าบริการส่วนเกินเพราะเราสามารถใช้ได้ทุกเครือข่ายที่ประเทศอินเดีย ไม่ต้องคอยกังวลว่าหากใช้นอกเครือข่ายแล้วจะเสียค่าบริการส่วนเกิน  ไม่ต้องกังวลเรื่อง Bill shock เลย ทำให้ผมใช้งานได้อย่างสบายใจ และ
การใช้งานก็ง่ายมาก ผมไปที่ศูนย์บริการ dtac แจ้งว่าผมต้องการไปอินเดีย พี่ๆที่ศูนย์บริการก็ให้ความช่วยเหลือผมเต็มที่ ทุกอย่างง่ายดายมากครับ  หรือเพื่อนๆที่ไม่สะดวกไปศูนย์บริการก็สามารถติดต่อ dtac call center โทร 1678 ก่อนเดินทางได้ทันทีครับ
62สุดท้ายนี้ ขอบคุณแพ็กเกจ dtac data roaming และบริการ dtac Worry Free ที่ทำให้อัพเดทได้ทันใจตลอดเวลา และไม่ต้องกังวลเรื่องเน็ตรั่ว เพื่อนคนไหนสนใจสามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจและการใช้งานเพื่มเติมได้ที่ http://bit.ly/1cIB3Dh
Advertisements

3 thoughts on “9 เหตุผลที่ก่อนตาย คุณควรไปเห็น Leh Ladakh กับตาตัวเอง

  1. พอแนะนำร้านเช่าจักรยาน หรือมีเบอร?ให้ติดต่อไหมคะ ขอบคุณคะ อยากไปปั่นจักรยานที่นั่น

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s