Jodhpur: The Secret Story of the Blue City

สวัสดี ช่วงปีที่แล้วผมได้มีโอกาสเดินทางรอบประเทศอินเดียเป็นเวลาเกือบๆ 2 เดือนมันเป็นหนึ่งในสองที่ สนุกที่สุดในชีวิต ลำบากที่สุด ทรมานที่สุด เป็น 2 เดือนที่ผมไม่มีทางลืมลงเลยละ

และระหว่างช่วงเวลานั้น หนึ่งในเมืองที่ผมประทับใจที่สุดคือ Jodhpur (จ๊อดปูร์)

Jodhpur เป็นเมืองเล็กๆในแคว้นราชสถาน ที่คนทั้งโลกรู้จักในนามว่า Blue City และนั้นก็เป็นเพราะว่า เมืองทั้งเมืองนี้สีฟ้า

และกระทู้นี้ ผมจะขอพาทุกคนไปเที่ยวเมืองสีผ่านภาพถ่ายของผม

จ๊อดปูร์ ชีวิตแห่งเมืองสีฟ้า Cover 1

จ๊อดปูร์ ตั้งอยู่ในแคว้นราชสถานของประเทศอินเดีย

ราชสถานคือแคว้นที่เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศอินเดียในอดีต

และด้วยความที่ราชสถานแคว้นแห่งราชา แต่ละเมืองในแคว้นนี้

ก็จะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีป้อมปราสาท ที่สุดอลังกาลงานสร้างของเมืองครับ

เมืองหลักๆในแคว้นราชสถานก็มี Jaipur (จัยปุระ), Jodhpur, Udaipur, Jaisalmer และ Ajmer

IMG_7812

โซนนี้ของประเทศอินเดียถึงว่าเป็นโซนที่น่าเที่ยวมากๆครับ

คนจะไม่พรุกพร่านเท่าเมืองใหญ่ๆอย่าง เดลี พาราณสี ขอทาน

คนลักขโมยของก็จะน้อยกว่ามาก และถ้ายิ่งคุณมาในช่วงสิ้นปี เดือน พ.ย. จนถึง ม.ค.

อากาศจะดีมาก ประมาณ 15-20 องศากำลังดีเลยละครับ

การเดินทางมาจ๊อดปูร์


1

ผมไม่โกหกนะครับว่าจ๊อดปูร์ เดินทางมาลำบากมาก คุณต้องทนๆหน่อยนะท่าจะมาจ๊อดปูร์

เริ่มด้วยนั่งเครื่องจากกรุงเทพไปยัง นิวเดลี (สายการบิน Jet airway และ air india ราคาประมาณ 10,000 -12,000บาท)

จากนั้นต่อรถบัสหรือ รถไฟไปยังจ๊อดปูร์ ซึ่งมันจะใช้เวลานานมากๆครับ ผมแนะนำให้ในเที่ยวเมืองอย่าง  Jaipur, Agra มาระหว่างทางก่อนด้วย จะทำให้การเดินทางง่ายขึ้นและไม่เหนื่อยมากจนเกินไป รถไฟนี้ผมแนะนำให้จองแบบดีๆหน่อยนะครับ ชั้นหนึ่ง ชั้นสองไรแบบนี้ มันไม่แพงหรอครับ อย่ามาแบบผมกับน้องชายที่เรานั่งรถบัสพัดลมชั้นถูกสุดมา (ไม่ใช่เพราะว่าเราประหยัดนะครับ แต่เพราะไม่ได้จองมา ไม่มีทางเลือกเท่าไร 55) โคตรจะทรมานเลยละ

IMG_7979

คนอินเดีย

ในจ๊อดปูร์ คนอินเดียเฟรนลี่มากครับ ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย ไม่ค่อยมีคนมายุ่งกับเราเท่าไร ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมากเพราะส่วนใหญ่แล้วในอินเดีย นักท่องเที่ยวจะโดนรุ่มให้ซื้อนู้นซื้อนี้ตลอด

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับสังคมอินเดีย ผู้ชายเดินจับมือกัน 5555 คือถ้าเป็นที่อื่นในโลก นี้จะถึงว่าเป็นพฤติกรรมเกย์ อะไรประมาณนี้ แต่อินเดีย มันเป็นเรื่องธรรมดามากครับ ใครๆก็ทำกัน เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเพื่อน เดดินไปไหน จูงมือกันไป ผมละไม่คุ้นจริงๆเรื่องนี้

IMG_6780

IMG_6784

ชีวิตอินเดียเป็นชีวิตแบบเรียบง่ายครับ โดยเฉพาะในเมืองจ๊อดปูร์  รูปด้านหลังนี้น่าสนใจดีนะครับ ในอินเดียจะมีอาชีพที่เรียกว่า Milkman หรือ คนส่งนมครับ นมเป็นหนึ่งในอาหารหลักของคนอินเดียครับผม

ผมชายคนข้างล้างที่ขี่มอเตอร์ไซค์มีทั้งนมอยู่ด้านหลัง คือ Milkman ครับ มีอาชีพส่งนมไปตามบ้านต่างๆตอนเช้าๆ โดยmilkman จะขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปตามบ้านต่างๆครับ จากนั้นเขาก็จะกดกริ่งเรียกเจ้าของบ้าน บางคนก็จะเปิดประตูมาตักนมไป แต่บางคนขี้เกียจครับ เช่นบ้านนี้ คุณป้าแก่ หย่อนถังสแตนเลส ลงมาพร้อมกับค่านม แล้ว พี่ Milkman ก็จะเอาเงินออกแล้วเท่นมใส่ถังลงไป พอเสร็จป่าแก่ก็สาวถังนมขึ้นไปชั้นสอง ส่วนพี่ Milkman ก็ไปส่งนมบ้านต่อไป

เป็นระบบที่ผมประทับใจมากนะครับ ไม่ต้องไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่มีขวดพลาสติกทำลายธรรมชาติ ทุกอย่างเป็นสไตล์เรียบง่ายโบราณๆ แต่ก็มีประสิทธิภาพดีครับ

IMG_7966-Edit

ทำไมจ็อดปูร์ถึงเป็นสีฟ้า

IMG_7088-2

มีหลายทฤษฎี หลายข้อสันนิฐานว่าทำไม Jodhpur ถึงทาสีเมืองทั้งเมืองเป็นสีฟ้าครับ

  1. เหตุผลแรกเลยก็คือ สีฟ้าถึงเป็นสีแห่งความโชคดีมีชัยของวรรณะพราหมณ์ ซึ่งเป็นวรรณะที่อาศัยอยู่ใน Old quarter (ย่านเก่าแกของเมือง) โดยย่านนี้เป็นย่านที่ใหญ่ และล้อมรอบปราสาทของเมืองนี้เอาไว้ ทำให้คนที่เหลือในเมืองเริ่มทาสี บ้านทั้งเมืองเป็นสีฟ้าครับ
  1. สีฟ้าเป็นสี่ที่ทำให้บ้านเย็น ในช่วงหน้าร้อน จ๊อดปูร์ อากาศร้อนมากครับ ร้อนตับแทบแตก สีฟ้าเนี่ยช่วงกันความร้อนและเก็บความเย็นเอาไว้ในบ้าน (เขาเชื่อกันแบบนั้นอะนะครับ) นี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คนทั้งเมืองเรียนแบบกัน ทางสีบ้านทั้งเมืองให้เป็นสีฟ้า เมืองมองจากด้านบนลงมาทำให้จ๊อดปูร์ สวยมาก

IMG_7079

One day in Jodhpur

เราเริ่มการผจญภัยวันนี้ที่ หอนาฬิกากลางเมืองครับ (Clock Tower) จุดนี้เป็นเมืองใหม่ของจ๊อดปูร์ ซึ่งหน้าตามันก็จะเหมือนกับ เมืองอื่นทุกเมืองในอินเดีย ร้อนๆ ฝุ่นเยอะๆ และโซนเมืองใหม่ตรงนี้ยังไม่เป็นสีฟ้าครับ บ้านเรือนก็เป็นสีธรรมดาทั่วไปเมืองเมืองอื่นๆในอินเดีย

IMG_6824-2

เมื่อคุณเดินเลยหอนาฬิกาไป คุณก็จะเจอกับกำแพงเมืองครับ นี้ละครับคือกำแพงเมืองเก่า จุดเริ่มต้นของ blue city เมืองสีฟ้า บ้านเกือบทุกหลังในเมืองเก่านี้ทูกทางสีเป็นสีฟ้าไปทั้งหมด เลยละ และมันไม่ใช่ฟ้าธรรมดานะ แต่เป็นฟ้าสีสวยใสสว่างๆ

IMG_6851

IMG_7776-HDR

จ๊อดปูร์ เป็นเมืองที่ถ่ายรูปสนุกมากครับ เพราะว่าไม่ว่าคุญจะเดินไปไหนก็ตาม ทุกซอกทุกมุมของ จ๊อดปูร์ จะมีอะไรน่าสนใจให้ถ่ายรูปได้ทั้งวัน

IMG_6844

เมื่อปี 1995 Steve McCurry ช่างภาพระดับโลก เดินทางมาที่ประเทศอินเดีย และหนึ่งในรูปภาพที่เซ็ทที่มีชื่อเสียงที่สุดในชีวิตของเขาคือ ภาพของเมืองจ๊อดปูร์ ภาพเซ็ทนั้นนะครับเป็นภาพที่ทำให้คนทั้งโลกดีรู้จักกับเมืองจ๊อดปูร์ ความมหัศจรรย์ของเมืองเล็กๆในอินเดียทีบ้านทุกคนเป็นสีฟ้าใส

แน่นอนครับ หลังจากนั้นมาจ๊อดปูร์ ก็เป็นเมืองที่คนทั้งโลกเดินทางมาเพื่อจะถ่ายรูปสวยแบบที่ Steve McCurry เคยทำเอาไว้ และคนในเมืองนี้ก็รู้งานนะ เมื่อรู้ว่า นักท่องเที่ยวที่มา อยากมาถ่ายรู้พวกความในอิริยาบถของชีวิตจริงๆของพวกเขา

เขาจะไม่ว่า ไม่สนใจอะไรมากเท่าไร เวลาเราแอบถ่ายรูปเข้า แล้วถ้าเราขอถ่ายรู้เข้าก็จะโพสต ชาวเมืองจ๊อดปูร์ก็จะโพสตทางให้แบบไม่เคอะเขิน

IMG_7972-Edit

ชีวิตในอินเดียเป็นชีวิตแบบสบายๆครับ คนแก่สนใหญ่ในเมืองก็จะอยู่เฝ้าบ้านเลี้ยงลูก ดูแลหลาน  อ่านหนังสือพิมพ์

IMG_7812-3

IMG_7794

เด็กเล่นคริกเก็ตตามถนน

IMG_7334

และนี้น้องชายผมกับเพื่อนใหม่ที่อินเดีย

IMG_7303

ส่วนคนนี้กิ๊กผม…น่ารักไหมละ

IMG_7311

ป้อมปราการ Mehrangarh

และถ้าคุณเดินลึกเข้าไปในย่านเมืองเก่าของเมือง ไต่เขาขึ้นไปอีกนิด คุณจะได้พบกับไฮไลย์ของเมืองนี้เลยละครับ มันก็คือ ป้อมปราการ Mehrangarh นี้คือหนึ่งในป้อมปราการที่สวย และยิ่งใหญ่ที่สุดในราชสถานเลยละครับ

IMG_7463-2

Mehrangarh Fort ใหญ่มากครับ ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 600 ปีที่แล้ว ในช่วงนั้นจ๊อดปูร์ คือเมืองหลวงของแคว้นราชสถานครับ มีกำแพงสูงใหญ่หลายชั้น เอาไว้ค่อยกนข้าศึก มีทางเดินวนไปวนมา ประตูหลายชั้นมาก แถมยังมีป้อมปีนเอาไว้ปกป้อง ป้อมปราการแห่งนี้จากการโจมตีของข้าศึกครับ เมืองคุณเดินเข้าไปในป้อมนะครับ คุณจะรู้สึกได้เลยว่า ถ้าเป็นสัก 600 ปีที่แล้ว ใครที่มันสามารถสร้าง ป้อมปราการได้ใหญ่ขนาดนี้ ต้องเก่งมากเพราะยิ่งใหญ่แข็งแรงจริงๆ

IMG_6884

และที่ยิ่งไปกว่านั้นนะครับ ป้อมปราการแห่งนี้ไม่ได้แข็งแรง เอาไว้รบกับข้าศึกเพียงอย่างเดียว แต่ยังสวยมากอีกด้วย ถ้าพูดถึงป้อมปราการทั้งหมดที่ผมเห็นในอินเดียนะครับ ป้อมนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว อลังกาลมาก

IMG_6912-2

ด้านในนะครับสมกับที่เป็นที่อยู่ของมหาราชาในอดีต มีการตกแต่งสวยงาม ซุ่มประตูเป็นหินแกะสละ ยิ่งใหญ่อลังกาลงานสร้าง

IMG_6888

IMG_6973

แถมด้านในนะครับยังมีพิพิธภัณฑ์ลำลองความเป็นอยู่ของชีวิตคนอินเดียในอดีต ทิอินเดียนี้พิเศษมากครับ ด้วยความที่ค่าแรงถูก คนไม่ค่อยมีงานทำ จ฿งมีอาชีพหุ่นนายแบบ มันใส่ชุดโพสตท่า เป็น มหาราชา ขุนนางในอดีตให้เราได้ถ่ายรูปเล่นๆด้วยโคตรเท่เลยละ 5555 ผมเดินทางมาตั้งเยอะยังไม่เคยเจอแบบนี่ไหนในโลกเลยครับ

IMG_6910

แต่สิ่งที่สุดยอดที่สุดเกี่ยวกับ ป้อมปราการแก่งนี้นะครับ มันคือ วิวจากด้านบนที่สุดอยอดเอามากๆๆ

IMG_7415-2

IMG_7454-2

จากสุดที่ยอดป้อมนะครับ คุณจะสามารถเห็น million dollar view ได้ ภาพ Blue Cityทั้งเมืองที่ตั้งอยู่ตรงหน้าคุณมันเท่มากๆเลยละ  แถมยังได้เห็นด้วยว่าเมืองทั้งเมืองมันสีฟ้ายังไง

IMG_7460-HDR

และเย็นๆวันนั้นนะครับ ผมกลับน้องเช้าเดินออกจากทางเข้าหลักของป้อม ผ่านลานจอดรถไป ขึ้นไปบนเนินสูงด้านหลังของป้อมปราการแห่งนี้ครับ สุดนี้ละครับ คือจุดที่ผมคิดว่าสวยที่สุดในการถ่ายรูปป้อมปราการ Mehrangarh กับเมืองจ๊อดปูร์ เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก เมืองจ๊อดปูร์ทั้งเมืองจะถูกปกคุ้มด้วยแสงสีทอง เหลืองอหล่าม พ้นกับสีฟ้าของบ้านเมือง เป้นภาพที่สวยสุดๆไปเลยละครับ

นี้ละครับ จ๊อดปูร์ มหัศจรรย์แห่งประเทศอินเดีย

IMG_7485-HDR-2

อีกหนึ่งมุมที่คุณสามารถถ่ายภาพเมือง จ๊อดปูร์ไปสวยไม่แพงกันคือ ทางเหนือของป้อมปราการครับ ถ้าคุณตั้งเช้าๆเดินวนไปทางเหนือของเมืองนะครับ คุณจะได้พบกับ เนินเขาเล็กๆที่เป็นบ้านของชาวบ้านเขาเลยละ แต่เราสามารถเดินเล่นตามระเบียงทางเดินได้

มุมนี้พวกคุณอาจจะต้องเดินหลงผิดหลงถูกกันหน่อยนะครับ เพราะผมก็จำไม่ได้เหมือนกันไปมันไปยังไงแต่ว่ามันสวยมาก เหมือน Santorini สีฟ้าเวอร์ชั้นอินเดียนิดๆ 555

IMG_7922-HDR

IMG_7947

 

ความปลอดภัยในอินเดีย

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ คือเรื่องความปลอดภัยอินเดียครับ ในความคิดผม ผมว่าอินเดียเป็นประเทศไม่ได้อันตรายที่สุดที่ผมเคยไปมาแต่ (พวกประเทศในยุโรปตอนใต้อย่างพวกสเปน อิตาลี อะไรแบบนี้ โจร์เยอะกว่าอีก)

แต่เวลาอยู่ในอินเดียผมคิดว่า คุณควรจะระมัดระวังตัว และรู้เข็ดลับสองสามข้อที่จะทำให้การเดินทางของคณปลอดภัยขึ้นเยอะครับ

  1. เวลามีคนเดินมาขายอะไรให้เรา ชวนเราคุณ ถามอะไรเรา อย่าไปคุณกับเขาครับ ไม่งั้นมันจะยาว

อย่าคิดว่าคุณเป็นคนไทย แล้วจะต้องมารยาทงาม ยิ้มพูดคุณเป็นตัวแทนที่ดีของชาติเรา

อันนี้ไม่ต้องนะครับ การเดินหนีไปเลย โดนไม่ตอบ ไม่คุย และที่สำคัญไม่ต้องมองตา อันนี้สำคัญมาก เท่านี้ละครับ คุณจะหลีกเหลี่ยงปัญหาได้ประมาณ 80% ในอินเดียละครับ

  1. อย่าไปไหนมาไหนดึกๆตอนกลางคืนครับ จริงๆ อันนี้เป็นกฎที่ใช่กันทั่วโลกอยู่แล้วละครับ แต่ว่า ที่อินเดียนี้สำคัญเป็นพิเศษ เวลาไปเที่ยวไหนแล้วต้องกลับดึกๆนะครับ หาแท็กซี่นัก หาตุ๊กตุ๊กนั่ง อย่าประหยัดเงินโดยไม่เข้าเรื่อง เดินตามถนนครับ เชื่อผมว่ามันไม่คุ้มกันแน่นอน
  2. ผู้หญิงคนเดี่ยวไปเที่ยวได้ไหม ก็ได้นะครับ แต่มันจะดีกว่ามากถ้าคุณมีเพื่อนไปด้วย ในระดับความยาวในการเดินทาง

ประเทศอินเดียนี้คือระดับ ปริญญาเอกเลยละครับ 555 มันโหดร้ายเอามากๆๆเลยละเชื่อผม

มันจะดีกว่ามากถ้าคุณมีเพื่อนค่อยช่วยดูแลกันไป อินเดียเป็นประเทศที่มหัศจรรย์มากครับ แต่ว่าระหว่างเดินทางก็ต้องระมัดระวังให้มากๆเช่นเดียวกัน

  1. ประกันภัยการเดินทาง

มีน้องๆหลายคนในเพจถามถึงประกันภัยการเดินทางนะครับ ถามว่าผมซื้อประกันไหม จริงๆแล้วถ้าเป็นทริปไกลยาวๆแบบนี้นะครับ ผมก็จะมีการซื้อประกันเหมือนกัน  เพราะว่าทริปอินเดียแบบนี้ความเสี่ยงสูง ไม่ว่าเป็นเรื่องเล็กๆอย่าง ไฟลท์ยกเลิกการเดินทาง การเป๋าล่าช้า ไปจนถึงพาสสปอร์ตหาย คอมพิวเตอร์พัง ไปจนถึงเจ็บป่วย ไปรับอันตราย

วันนี้ ผมจะมาขอรีวิว ประกันภัยจากบริษัท  เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย

เหตุผลง่ายเลยก็คือ จากบริการที่ผมใช่มาทุกบริษัท ผมพบว่าเอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย สะดวกใช่ง่ายที่สุดละครับ

ข้อดีข้อหนึ่ง

  • มันสามารถมาซื้อออนไลน์ได้เลย ในอดีตเนี่ย ผมจะต้องให้คุณแม่ไปซื้อประกันให้ผ่านนายหน้าอะไรก็ว่าไป

walking_backpack

แต่ตอนนี้ทุกอย่างสะดวมากครับ เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย สามารถซื้อผ่านเว็บไซต์ http://www.msig-thai.com/index.htm ได้เลย หรือจะซื้อผ่านแอปก็ยังได้นะ MSIG iApp

2

โดยวิธีการซื้อก็ง่ายมาก แค่กดเลือกประกันการเดินทางนะครับ แล้วก็กลอกข้อมูลของประเทศที่จะไป วันเดินทาง แค่นี้เว็บไซต์ก็จะบอกออกมาแล้วว่าเบี้ยประกันราคาเท่าไร

3

จากนั้นนะครับ คุณก็จะต้องเลือกแพ็ตเกจครับ สามารถเลือกได้ 4 แบบ ยังกับเลือกโปรโทรศัพท์มือถืออะไรแบบนั้นเลยละครับ 555

มี Easy 1, Easy 2, Easy3, และ Easy Visa

4

โดยรายละเอียดเนี่ยอยู่ด้านล่างหมดเลยครับว่า อ่านได้สะดวกๆเลยว่า แต่ละแห็คเกจต่างกันยังไงบาง ผมชอบมากเลยนะที่เขามีประกันเรื่องที่บริษัทอื่นๆอาจจะไม่มีให้ อย่างเช่น ไฟลท์ยกเลิกการเดินทาง การเป่าล่าช้า ไปจนถึงพาสสปอร์ตหาย คอมพิวเตอร์พัง

เรื่องพวกนี้มันเกิดกับผมบ่อยมากเลยละครับ และประกันของ เอ็ม เอส ไอ จี จะทำให้ผมมั่นใจขึ้นเยอะเลยละครับว่า ผมยังมีทางออก แก้ปัญหาได้ในทุกสถานการณ์ วงเงินของแต่ละสถานการณ์เนี่ยมันก็ครอบคุ่มได้เกือบๆ 100% ของค่าเสียหาบเลยละครับ

2

  • อีกอย่างที่ดีมากเกี่ยวกับเอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัยคือ บริการ MSIG assist ครับ นี้คือเบอร์ฉุกเฉินที่คุณสามารถโทรฆาได้ทุกวัน ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อต้องการความช่วยเหลือ จากมุมใด ประเทศไหนในโลกก็ได้ มันดีมากเลยละ

ถ้าในอนาคต ใครสนใจซื้อประกันการเดินทางในทริปไกลๆลำบากๆ แบบนี้ ก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ของ เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย ค่อนข้างสะดวกและใช่ง่ายๆ เหมาะกับแบ็คแพ็คเกอร์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในการเดินทางเลยละครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s